ข้อมูลสำคัญ งานถอดแบบ



หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางของอาคารและสิ่งก่อสร้าง

การจัดทำประมาณการค่าก่อสร้างทั้งอาคารหรือส่วนประกอบซึ่งเป็นของทางราชการที่จะต้องใช้ ประกอบการประกาศประกวดราคา และเป็นฐานเปรียบเทียบกับราคาที่ผู้รับจ้างเสนอ เพื่อจะทำการก่อสร้าง งานของทางราชการที่ใช้เงินงบประมาณ เงินบริจาคมีวัตถุประสงค์หรือเงินอื่น ๆ ที่จะต้องมีการ สอบราคา ประกวดราคา ซึ่งแต่เดิมทางกรมสามัญศึกษาได้ให้กองออกแบบและก่อสร้างเป็นผู้จัดทำ โดยการถอดแบบ รูปรายการพร้อมทั้งกำหนดราคากลางเป็นของส่วนกลาง ทั้งค่าวัสดุ ค่าแรงงาน ค่า Factor F ค่าครุภัณฑ์ และนำราคากลาง ที่จัดทำขึ้นไปใช้ทั่วประเทศ
 


จากข้อสังเกตของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ทางโรงเรียนไม่มีการจัดตั้งคณะกรรมการกำหนด ราคากลางในส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ได้ราคากลางเป็นราคาที่เป็นปัจจุบันทันเหตุการณ์และเป็นราคาในท้องถิ่น แต่ละแห่ง จึงจำเป็นจะต้องให้ทุกโรงเรียนผู้ได้รับมอบอำนาจ จัดตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางขึ้น โดยใช้แนวทางในการกำหนดราคากลางของกองออกแบบและก่อสร้าง กรมสามัญศึกษา เป็นแนวปฏิบัติ ในการปรับลดหรือเพิ่มราคา ยกเว้นกรุงเทพมหานคร ให้คณะกรรมการกำหนดราคากลางที่กรม สามัญศึกษาแต่งตั้งขึ้นเป็นผู้ดำเนินการ
 

ราคากลาง

ราคากลางมีความหมายในตัวเองอยู่แล้วว่า เป็นเพียงราคาโดยประมาณหรือใกล้เคียงกับความ เป็นจริงมิใช่ราคาที่แท้จริงหรือถูกต้องตรงกับราคาของค่าก่อสร้างจริงเพราะเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะไม่ ปรากฏว่าราคาค่าก่อสร้างนั้นตรงกับราคาที่ได้จัดทำไว้ทุกรายการ สาเหตุเกิดจากเหตุผลหลายประการ

1. ปริมาณวัสดุตามที่ได้จัดทำไว้มีการเผื่อความเสียหายที่จะต้องเกิดขึ้นด้วย ปริมาณวัสดุบางอย่าง จึงไม่ตรงกับที่ใช้ในการก่อสร้างจริง

2. ราคาค่าวัสดุตามที่ได้ประมาณการไว้ไม่ตรงกับราคาวัสดุที่นำมาใช้ก่อสร้างจริง เพราะช่วง เวลาประมาณการกับช่วงซื้อวัสดุไปดำเนินการห่างกันมาก

3. ค่าแรงงานการก่อสร้างตามที่ได้ประมาณการไว้ไม่ตรงกับที่ว่าจ้างก่อสร้างจริง

4. ค่าดำเนินการต่าง ๆ ตามที่ได้ประมาณราคาไว้ไม่ตรงกับที่ใช้จ่ายจริงรวมทั้งค่าครุภัณฑ์

ประกอบอาคารด้วย เนื่องจากวัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่ไม่สามารถจัดซื้อได้ทั้งหมดในท้องถิ่น
ราคากลางของคณะกรรมการกำหนดราคากลาง
ทางโรงเรียนจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางในส่วนท้องถิ่น เพื่อจัดทำราคากลาง ไว้สำหรับเปรียบเทียบ ปรับลดปริมาณวัสดุและราคาวัสดุให้ใกล้เคียงกับรายละเอียดปริมาณวัสดุและราคาวัสดุที่ผู้เสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกไว้ การปรับลดจะต้องไม่เกินวงเงินที่ผู้เสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกไว้ และจะต้องไม่เกินวงเงินงบประมาณที่ได้รับ เมื่อปรับลดรายละเอียดปริมาณวัสดุและราคาวัสดุเรียบร้อยแล้ว ให้นำบัญชีราคาก่อสร้างที่ได้ปรับลด (ใบแสดงรายการวัสดุ BOQ) ของผู้ที่ได้รับการคัดเลือกไว้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างด้วย การกำหนดราคากลางในส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้ด้วยการถอดแบบรูปก่อสร้างประกอบด้วย
1. ปริมาณวัสดุ
เมื่อทางโรงเรียนได้รับแบบรูปก่อสร้างพร้อมราคากลางของกองออกแบบและก่อสร้างแล้ว ให้คณะกรรมการกำหนดราคากลางที่ทางโรงเรียนแต่งตั้งนำราคากลางดังกล่าว มาปรับลดหรือ เพิ่มรายละเอียดปริมาณวัสดุและราคาวัสดุ เพื่อใช้เป็นราคากลางของงานที่ดำเนินการจัดจ้าง


2. ราคาวัสดุ
ได้จากราคาวัสดุที่ได้จากพาณิชย์จังหวัด หากไม่ครบทุกรายการให้ถือราคาของส่วนกลาง ตามเอกสารราคากลางของกองออกแบบและก่อสร้างได้
 


3. ราคาค่าแรงงาน
ได้จากบัญชีค่าแรงงานประจำจังหวัดนั้น ๆ หากไม่ครบทุกรายการให้ถือตามบัญชีค่าแรงงานที่ ทางสำนักงบประมาณประกาศ ณ ปีนั้น ๆ ตามเอกสารราคากลางของกองออกแบบและก่อสร้าง ที่ใช้ปีงบประมาณนั้น ๆ
 


4. ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
(ค่า Factor F ประกอบด้วย ค่าอำนวยการ,ค่าความผันผวน,ดอกเบี้ย,กำไร,ภาษี) ได้จากเอกสารการกำหนดหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางในการก่อสร้างของทางราชการ ซึ่งทางสำนักงบประมาณเป็นผู้กำหนด ตามเอกสารราคากลางของกองออกแบบและก่อสร้าง ที่ใช้ปีงบประมาณนั้น ๆ
 


5. ค่าครุภัณฑ์ประกอบอาคาร (ถ้ามี)
ได้จากบัญชีกำหนดราคามาตรฐานของกรมสามัญศึกษาเป็นเกณฑ์ สำหรับค่าครุภัณฑ์ให้นำ ไปบวกหลังจากค่า Factor F แล้ว
 

คณะกรรมการกำหนดราคากลาง

1. คณะกรรมการกำหนดราคากลาง ประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่า 3 คน


ประธานกรรมการ 1 คน


กรรมการไม่น้อยกว่า 2 คน
 


2. คณะกรรมการกำหนดราคากลางควรมีคุณสมบัติและความรู้ความสามารถในเรื่องการประมาณ ราคา โดยโรงเรียนอาจเชิญหน่วยงานอื่นที่มีความรู้ความสามารถเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ กำหนดราคากลางด้วย
 

ภาคผนวก
วิธีจัดทำราคากลางค่าก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างของทางราชการ

การจัดทำราคากลางค่าก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างของทางราชการ เพื่อใช้จัดหาผู้รับจ้างก่อสร้าง และเพื่อการอื่นในส่วนที่เกี่ยวกับการที่สนับสนุนให้งานก่อสร้างนั้น ๆ แล้วเสร็จไปด้วยดีเป็นประโยชน์สูงสุด แก่หน่วยราชการนั้น กระทำได้โดยวิธีการถอดแบบรูปรายการคำนวณราคากลางหรือวิธีประมาณราคา โดยละเอียด


วิธีการถอดแบบคำนวณราคากลางหรือวิธีการประมาณราคาโดยละเอียดนั้นมีขั้นตอนในการปฏิบัติดังนี้

การปฏิบัติงานถอดแบบคำนวณราคากลาง
ขั้นตอนที่ 1 เตรียมการ
1.1 ศึกษา หรือทำความเข้าใจเกี่ยวกับแบบรูปและรายการก่อสร้างของสิ่งปลูกสร้าง


ที่จะทำการถอดแบบคำนวณราคา


- เป็นสิ่งปลูกสร้างประเภทใด


- เป็นสิ่งปลูกสร้างตึก หรือไม้ หรือตึกครึ่งไม้

1.2 จัดทำบัญชีส่วนประกอบสิ่งปลูกสร้าง


(1) งานดิน,ทราย,ขุดดินฐานราก


(2) งานเข็มทั้งหมด


(3) งานโครงสร้าง ค.ส.ล.ทั้งหมด


(4) งานโครงหลังคาทั้งหมด


(5) งานมุงหลังคาทั้งหมด


(6) งานผิวพื้นทั้งหมด


(7) งานเพดานทั้งหมด


(8) งานผนังทั้งหมด


(9) งานประตูหน้าต่างช่องแสงทั้งหมด


(10) งานสุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ ทั้งหมด


(11) งานสุขาภิบาลทั้งหมด


(12) งานไฟฟ้าทั้งหมด


(13) งานทาสีทั้งหมด


(14) งานราวระเบียง,ราวบันไดและอื่น ๆ


(15) ค่า FACTOR F


(16) ค่าครุภัณฑ์ประกอบอาคารทั้งหมด

1.3 แบบฟอร์มการประมาณราคาให้กำหนดแยกตามประเภทชนิดของงานดังนี้


(1) แบบประมาณการงานโดยทั่วไป


(2) แบบประมาณการงาน ค.ส.ล.


(3) แบบประมาณการงานประเภทไม้


(4) แบบรวมปริมาณงานและวัสดุก่อสร้างทั้งหมดจากแบบต่าง ๆ หรือเป็น

"บัญชีแสดงปริมาณงานและวัสดุก่อสร้าง"


(5) แบบใบสรุปราคา หรือใบปะหน้า ใช้กรอกรายละเอียด ค่าวัสดุ ค่าแรงงาน ของแต่ละรายการ
พร้อมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และราคาค่าก่อสร้างเพื่อแจ้งผลให้หน่วยงานเจ้าของอาคารทราบ
ขั้นตอนที่ 2 การดำเนินงาน


2.1 ประมาณการหาปริมาณงานและวัสดุก่อสร้างต่อหน่วย


(1) ประมาณการตามบัญชีส่วนประกอบอาคาร


(2) ประมาณในแบบแยกประเภทงาน


(3) เผื่อปริมาณงานและวัสดุตามเกณฑ์ที่กำหนด

2.2 นำผลที่ได้จาก 2.1 ไปกรอกลงในบัญชีแสดงปริมาณงานและวัสดุก่อสร้าง โดยเรียง


ลำดับตามบัญชีส่วนประกอบอาคาร

2.3 ประมาณการหาค่าวัสดุ


นำราคาวัสดุต่อหน่วยจากบัญชีราคาวัสดุ กรอกลงในช่องราคาวัสดุต่อหน่วย


แล้ว x ด้วยจำนวนปริมาณวัสดุ นำผลที่ได้กรอกลงในช่องจำนวนเงินค่าวัสดุสิ่งของ

2.4 ประมาณการหาค่าแรงงาน


นำราคาค่าแรงงานต่อหน่วยจากบัญชีค่าแรงงาน กรอกลงในช่องค่าแรงงาน ต่อหน่วย


แล้ว x ด้วยจำนวนปริมาณวัสดุ นำผลที่ได้กรอกลงในช่องจำนวนเงินค่าแรงงาน

2.5 รวมจำนวนเงินค่าวัสดุสิ่งของ และค่าแรงงานของแต่ละรายการ นำผลที่ได้กรอกลงใน


ช่องยอดรวมค่าวัสดุและแรงงาน

2.6 รวมยอดค่าวัสดุและค่าแรงงานทั้งหมด

2.7 ประมาณการหา ค่าอำนวยการและดำเนินงานโดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าวัสดุและแรงงาน

2.8 ประมาณการหากำไร โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าวัสดุและแรงงาน

2.9 รวมเงิน ค่าวัสดุและแรงงาน ค่าอำนวยการและดำเนินงาน และกำไร

2.10 ประมาณการหา ค่าภาษีอากร โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าวัสดุและแรงงาน +


ค่าอำนวยการและดำเนินงาน + กำไร

2.11 สรุปค่าก่อสร้าง = ค่าวัสดุและแรงงาน x (ค่าอำนวยการและดำเนินงาน + กำไร +


ภาษีอากร) = ค่า FACTOR F + ค่าครุภัณฑ์
 

หมายเหตุ รายการที่ 2.7, 2.8, 2.9 และ 2.10 ขณะนี้ไม่ต้องใช้แล้ว


ส่วนข้อ 2.11 สรุปค่าก่อสร้าง = ค่าวัสดุและแรงงาน x FACTOR F
 

เกณฑ์การถอดแบบสำรวจปริมาณงานและวัสดุก่อสร้าง
เพื่อคำนวณราคา ตามหลักวิชาช่าง
 


1. งานขุดดินฐานรากและถมดิน เผื่อกันดินพังและทำงานสะดวก 30%

2. งานถมวัสดุรองพื้นหรือปรับระดับ เผื่อการยุบตัวเนื่องจากการบดอัดแน่นด้วยแรงคน



2.1 งานถมทราย เผื่อ 25%



2.2 งานถมดิน เผื่อ 25%



2.3 งานถมลูกรัง เผื่อ 25%



2.4 งานถมอิฐหัก เผื่อ 25%

3. งานไม้แบบหล่อคอนกรีต ใช้ปริมาณวัสดุตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้



3.1 ไม้แบบหนา 1" เนื้อที่ 1 ตารางเมตร ใช้ไม้ประมาณ 1 ลูกบาศก์ฟุต



3.2 ไม้คร่าวยึดไม้แบบ ใช้ 30% ของปริมาณไม้แบบ



3.3 ไม้ค้ำยันไม้แบบ



3.3.1 ไม้ค้ำยันท้องคานและงานประเภทคานใช้ 1 ต้น/ความยาว 1 เมตร



3.3.2 ไม้ค้ำยันท้องพื้นและงานประเภทพื้นใช้ 1 ต้น/ตารางเมตร



3.4 ตะปูยึดงานไม้แบบใช้ 0.30 กก./ไม้แบบ 1 ตารางเมตร

การลดปริมาณไม้แบบ ไม้คร่าว และไม้ค้ำยัน เนื่องจากใช้งานได้หลายครั้ง



- อาคารชั้นเดียว ลดไม้ 20% ใช้ 80%



- อาคารสองชั้น ลดไม้ 30% ใช้ 70%



- อาคารสามชั้น ลดไม้ 40% ใช้ 60%



- อาคารสี่ชั้นขึ้นไป ลดไม้ 50% ใช้ 50%

4. งานเหล็กเสริมคอนกรีต


4.1 น้ำหนักเหล็กเส้น


4.1.1 เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ คุณภาพ SR 24



ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 มม. หนัก 0.222 กก./ม.



ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 9 มม. หนัก 0.499 กก./ม.



ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 มม. หนัก 0.888 กก./ม.



ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 มม. หนัก 1.390 กก./ม.



ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 19 มม. หนัก 2.230 กก./ม.



ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 มม. หนัก 3.850 กก./ม.



ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 28 มม. หนัก 4.830 กก./ม.


4.1.2 เหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย คุณภาพ SD 30, SD 35 และ SD 40



ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 9.5 มม. หนัก 0.556 กก./ม.



ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 มม. หนัก 0.888 กก./ม.



ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มม. หนัก 1.580 กก./ม.



ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 มม. หนัก 2.470 กก./ม.



ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 มม. หนัก 3.850 กก./ม.



ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 28 มม. หนัก 4.830 กก./ม.


4.2 การถอดแบบสำรวจปริมาณเหล็กเสริม


4.2.1 เพื่อการคิดเร็ว คิดเหล็กเสริมทุกชนิดเป็นเส้นตรง โดยไม่ต้องเผื่อความยาวของเหล็กเสริม ที่ต้องทาบต่อ งอปลาย ดัดคอม้า และเหลือเศษสั้นใช้งานไม่ได้ ให้คิดหาปริมาณเหล็กของงานต่าง ๆ ตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) เหล็กตะแกรงของฐานราก ให้คิดความยาวของเหล็กเท่ากับความกว้างและความหนาของฐานราก

(2) เหล็กยืนของเสาตอม่อ ปลายเหล็กยืนส่วนที่ดัดงอเป็นมุม 90 เพื่อยึดติดกับเหล็กตะแกรงของฐานราก ให้คิดความยาวประมาณ ? ของความกว้างของฐานราก

(3) เหล็กยืนของเสาให้คิดความยาวเท่ากับความยาวของเสา เหล็กปลอกของเสาให้คิด ความยาวต่อ 1 ปลอกเท่ากับความยาวของเส้นรอบรูปเสา

(4) เหล็กนอนของคานทั้งเหล็กตรงและเหล็กคอม้า ให้คิดความยาวเท่ากับความยาวของคาน

- เหล็กปลอกของคานให้คิดความยาวต่อ 1 ปลอกเท่ากับความยาวของเส้นรอบรูปคาน

(5) เหล็กตะแกรงของพื้นเหล็กตรงและเหล็กคอม้า ให้คิดความยาวเท่ากับความกว้างของพื้น

- เหล็กเสริมพิเศษให้คิดความยาวตามที่กำหนดไว้ในแบบแปลน

(6) เหล็กนอนของบันไดให้คิดความยาวเท่ากับความกว้างของบันได,

เหล็กลูกโซ่ของบันไดให้คิดความยาวเท่ากับความกว้างของลูกนอนและความสูงของลูกตั้ง

(7) เหล็กนอนของเอ็นยึดผนังและบัวใต้หน้าต่าง

ให้คิดความยาวเท่ากับความยาวของเอ็นยึดผนังและบัวใต้หน้าต่าง

- เหล็กลูกโซ่ของเอ็นยึดผนังและบัวใต้หน้าต่างให้คิดความยาวเท่ากับความกว้างของเอ็นยึดผนังและบัวใต้หน้าต่าง

(8) เหล็กยืน เหล็กนอนและเหล็กคอม้าของผนังให้คิดความยาวเท่ากับความสูงและความกว้างของผนัง

- เหล็กเสริมพิเศษของผนังให้คิดความยาวตามที่กำหนดไว้ในแบบแปลน

(9) เหล็กเสริมของงานอื่น ๆ หากคล้ายคลึงกับงานประเภทใดใน (1)-(8) ให้คิดเหมือนประเภทนั้น ๆ หากไม่คล้ายคลึงให้ผู้ถอดแบบสำรวจปริมาณ ประมาณการโดยยึด หลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น

4.2.2 เมื่อได้ถอดแบบสำรวจปริมาณเหล็กเสริมตามเกณฑ์ในข้อ 4.2.1 และรวมปริมาณเหล็กเสริมทั้งหมดแล้ว ให้คิดเผื่อเหล็กเสริม เนื่องจากต้องทาบต่อ งอปลาย ดัดคอม้า และเหลือเศษนั้นใช้งานไม่ได้ ของเหล็กเสริม แต่ละขนาดทั้งเหล็กเส้นกลมผิวเรียบ และเหล็กเสริมกลมผิวข้ออ้อย ตามเกณฑ์ต่อไปนี้



เหล็กเสริมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 มม. เผื่อ 5%



เหล็กเสริมขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 9 มม. เผื่อ 7%



เหล็กเสริมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 9.5 มม. เผื่อ 7%



เหล็กเสริมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 มม. เผื่อ 9%



เหล็กเสริมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 มม. เผื่อ 11%



เหล็กเสริมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มม. เผื่อ 11%



เหล็กเสริมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 19 มม. เผื่อ 13%



เหล็กเสริมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 มม. เผื่อ 13%



เหล็กเสริมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 มม. เผื่อ 15%



เหล็กเสริมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 28 มม. เผื่อ 15%

4.3 งานผูกเหล็กเสริมใช้ลวดผูกเบอร์ 18 จำนวน 15 กิโลกรัม/เหล็กเสริม 1 เมตริกตัน

5. ปริมาณตะปูของงานประเภท



5.1 งานวางคาน ตง และปูพื้นไม้ ใช้ตะปูประมาณ 1.20 กก./ ตร.ม.



5.2 งานติดตั้งโครงหลังคาไม้ทรงต่าง ๆ



5.2.1 ทรงเพิงแหงน ใช้ตะปูประมาณ 0.20 กก./ ตร.ม.



5.2.2 ทรงจั่ว ใช้ตะปูประมาณ 0.20 กก./ ตร.ม.



5.2.3 ทรงปั้นหยา ใช้ตะปูประมาณ 0.25 กก./ ตร.ม.



5.2.4 ทรงไทย ใช้ตะปูประมาณ 0.30 กก./ ตร.ม.

6. การคิดปริมาณไม้ของงานก่อสร้างส่วนประกอบต่าง ๆ ของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ขนาดหน้าตัดของไม้ตามแบบแปลน ความยาววัดจากแบบโดยเผื่อการทาบต่อ แตกปลายและต้องใช้ไม้ตามความยาวมาตรฐาน ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดเป็นเกณฑ์ประกอบ ทั้งนี้ผู้ถอดแบบสำรวจปริมาณต้องใช้ดุลยพินิจให้เหมาะสม

6.1 การคิดปริมาณไม้หน้าตัดเป็นนิ้ว ความยาวเป็นเมตร ให้คูณด้วยตัวคงที่ 0.0228 หน่วยเป็น ลูกบาศก์ฟุต

ตัวอย่าง ไม้ขนาดหน้าตัด 1"x8" ยาว 10 เมตร



คิดเป็นปริมาตร = 1x8x10x0.0228 = 1.824 ลูกบาศก์ฟุต
 

เกณฑ์การคิดปริมาณวัสดุมวลรวมของส่วนประกอบต่าง ๆ
ของอาคารตามหลักวิชาช่าง

1. ปริมาณวัสดุมวลรวมของงานคอนกรีตส่วนผสมชนิดต่าง ๆ (เผื่อวัสดุเสียหายแล้ว)



1.1 คอนกรีตส่วนผสม 1:3:5 โดยปริมาตร ปริมาณ 1 ลบ.ม. (คอนกรีตหยาบ)



1.1.1 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ = 260 กก.



1.1.2 ทรายหยาบ = 0.63 ลบ.ม.



1.1.3 หินย่อยหรือกรวด = 1.03 ลบ.ม.



1.2 คอนกรีตส่วนผสม 1:2:4 โดยปริมาตร ปริมาณ 1 ลบ.ม.



1.2.1 ปูนซีเมนต์ ปอร์ดแลนด์ = 343 กก.



1.2.2 ทรายหยาบ = 0.56 ลบ.ม.



1.2.3 หินย่อยหรือกรวด = 1.09 ลบ.ม.

1.3 คอนกรีตส่วนผสม ค.2 ปริมาณ 1 ลบ.ม. (STRENGTH 240 กก./ตร.ซม.)



1.3.1 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ = 336 กก.



1.3.2 ทรายหยาบ = 0. 60 ลบ.ม.



1.3.3 หินย่อยหรือกรวด = 1.09 ลบ.ม.



1.4 คอนกรีตส่วนผสม ค.3 ปริมาณ 1 ลบ.ม. (STRENGTH 300 กก./ตร.ซม.)



1.4.1 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ = 360 กก.



1.4.2 ทรายหยาบ = 0.66 ลบ.ม.



1.4.3 หินย่อยหรือกรวด = 0.92 ลบ.ม.
หมายเหตุ คอนกรีตปริมาตร 1 ลบ.ม. ใช้น้ำผสมประมาณ 180 ลิตร
 

2. ปริมาณวัสดุมวลรวมของงานผนังก่อด้วยวัสดุชนิดต่าง ๆ

2.1 ผนังก่ออิฐดินเผาแท่งตัน (อิฐมอญขนาดแผ่นประมาณ 3.3x8.7x17.5 ซม.)


2.1.1 ก่อหนาครึ่งแผ่นอิฐ เนื้อที่ 1 ตร.ม. (เผื่อวัสดุเสียหายแล้ว)



1. อิฐมอญ = 138 แผ่น



2. ปูนซีเมนต์ผสม = 16 กก.



3. ปูนขาว = 10.29 กก.



4. ทรายหยาบ = 0.050 ลบ.ม.



5. น้ำ = 10 ลิตร


2.1.2 ก่อหนาเต็มแผ่นอิฐ เนื้อที่ 1 ตร.ม. (เผื่อวัสดุเสียหายแล้ว)



1. อิฐมอญ = 276 แผ่น



2. ปูนซีเมนต์ผสม = 34 กก.



3. ปูนขาว = 20.59 กก.



4. ทรายหยาบ = 0.12 ลบ.ม.



5. น้ำ = 20 ลิตร

2.2 ผนังก่อคอนกรีตบล๊อค


2.2.1 ผนังก่อคอนกรีตบล๊อค ขนาด 7.0x19.0x39.0 ซม. (ผนังหนา 7.0 ซม.)

เนื้อที่ 1 ตร.ม. (เผื่อวัสดุเสียหายแล้ว)



1. คอนกรีตบล๊อค = 13 ก้อน



2. ปูนซีเมนต์ = 6.75 กก.



3. ปูนขาว = 3.87 กก.



4. ทรายหยาบ = 0.03 ลบ.ม.



5. น้ำ = 5 ลิตร


2.2.2 ผนังก่อคอนกรีตบล๊อค ขนาด 9.0x19.0x39.0 ซม. (ผนังหนา 9.0 ซม.)

เนื้อที่ 1 ตร.ม (เผื่อวัสดุเสียหายแล้ว)



1. คอนกรีตบล๊อค = 13 ก้อน



2. ปูนซีเมนต์ = 9.47 กก.



3. ปูนขาว = 5.43 กก.



4. ทรายหยาบ = 0.04 ลบ.ม.



5. น้ำ = 5 ลิตร


2.2.3 ผนังก่อคอนกรีตบล๊อคชนิดระบายอากาศ ขนาด 9.0x19.0x39.0 ซม.
เนื้อที่ 1 ตร.ม. (เผื่อวัสดุเสียหายแล้ว)



1. คอนกรีตบล๊อค = 13 ก้อน



2. ปูนซีเมนต์ = 9.47 กก.



3. ปูนขาว = 5.43 กก.



4. ทรายหยาบ = 0.04 ลบ.ม.



5. น้ำ = 5 ลิตร
หมายเหตุ


ก. ปูนก่อส่วนผสมระหว่าง ปูนซีเมนต์ ปูนขาว และทรายหยาบ ในอัตราส่วน 1:1:4 โดยปริมาตรปูนก่อ ปริมาตร 1 ลบ.ม. ใช้วัสดุดังนี้ (เผื่อวัสดุเสียหายแล้ว)



- ปูนซีเมนต์ = 320 กก.



- ปูนขาว = 0.25 ลบ.ม.



- ทรายหยาบ = 1.00 ลบ.ม.


ข. ปูนซีเมนต์ 1 ถุง หนัก 50 กก. ปริมาตรประมาณ 0.038 ลบ.ม.


ค. ปูนขาว 1 ถุง หนักประมาณ 7.7 กก. ปริมาตรประมาณ 0.015 ลบ.ม.


ง. แนวปูนก่อ คิดหนาประมาณ 2.0 - 2.5 ซม.
 


3. ปริมาณวัสดุมวลรวมของปูนฉาบ


3.1 ปูนฉาบ ส่วนผสมระหว่างปูนซีเมนต์ ปูนขาว และทรายละเอียด ในอัตราส่วน

1 : 1 : 5 โดยปริมาตรปูนฉาบ 1 ลบ.ม. ใช้วัสดุดังนี้ (เผื่อวัสดุเสียหายแล้ว)



3.1.1 ปูนซีเมนต์ผสม = 290 กก.



3.1.2 ปูนขาว = 0.26 กก.



3.1.3 ทรายละเอียด = 1.20 ลบ.ม.


3.2 ปูนฉาบหนาประมาณ 1.5 ซม. ในเนื้อที่ 1 ตร.ม. ใช้วัสดุดังนี้ (เผื่อวัสดุเสียหายแล้ว)



3.2.1 ปูนซีเมนต์ผสม = 20 กก.



3.2.2 ปูนขาว = 7.7 กก.



3.2.3 ทรายละเอียด = 0.03 ลบ.ม.



3.2.4 น้ำ = 3 ลิตร

4. ปริมาณวัสดุของงานฝาชนิดต่าง ๆ



4.1 ไม้ฝาขนาด 1/2"x6" ตีทับเกล็ดตามตั้ง และตีซ้อนเกล็ดตามนอน ทับกัน 1 1/2" คร่าวไม้ขนาด 1 1/2"x3" วางห่างกัน 0.50 ม. (คร่าวทางเดียว)


เนื้อไม้ 1 ม 2 ใช้วัสดุดังนี้ (เผื่อวัสดุเสียหายแล้ว)



4.1.1 ไม้ฝา = 0.725 ลบ.ฟ.



4.1.2 ไม้คร่าว = 0.25 ลบ.ฟ.



4.1.3 ตะปู = 0.15 กก.


4.2 ฝาวัสดุแผ่นสำเร็จรูปชนิดขนาดต่าง ๆ ตีด้านเดียว คร่าวไม้ขนาด 1 1/2"x3" วางห่างกัน 0.40x0.60 ม. (คร่าว 2 ทาง) เนื้อที่ 1 ตร.ม. ใช้วัสดุดังนี้ (เผื่อวัสดุเสียหายแล้ว)



4.2.1 วัสดุแผ่นสำเร็จรูป = 1 ตร.ม.



4.2.2 ไม้คร่าว = 0.48 ลบ.ฟ.



4.2.3 ตะปู = 0.20 กก.


4.3 ฝาวัสดุแผ่นสำเร็จรูปชนิดขนาดต่าง ๆ ตี 2 ด้าน คร่าวไม้ขนาด 1 1/2"x3" วางห่างกัน 0.40x0.60 ม. (คร่าว 2 ทาง ) เนื้อที่ 1 ตร.ม. ใช้วัสดุดังนี้ (เผื่อวัสดุเสียหายแล้ว)



4.3.1 วัสดุแผ่นสำเร็จรูป = 2 ตร.ม.



4.3.2 ไม้คร่าว = 0.48 ลบ.ฟ.



4.3.3 ตะปู = 0.25 กก. หมายเหตุ วัสดุแผ่นสำเร็จรูป เผื่อเสียหายที่ราคาต่อ 1 ม 2 โดยให้เผื่อเสียหายที่ขนาดแผ่นของวัสดุประมาณ 10 %

5. ปริมาตรวัสดุงานฝ้าเพดานชนิดต่าง ๆ


5.1 ฝ้าเพดานวัสดุแผ่นสำเร็จรูปขนาดต่าง ๆ คร่าวไม้ขนาด 1 1/2"x3" วางห่างกัน 0.40x0.60 ม. (คร่าว 2 ทาง)



5.1.1 วัสดุแผ่นสำเร็จรูป = 1 ตร.ม.



5.1.2 ไม้คร่าว = 0.51 ลบ.ฟ.



5.1.3 ตะปู = 0.20 กก.
หมายเหตุ วัสดุแผ่นสำเร็จรูปเผื่อเสียหายที่ราคาต่อ 1 ม 2 โดยให้เผื่อเสียหายที่ขนาดแผ่นของวัสดุประมาณ 10%
 



5.2 ฝ้าเพดานไม้ขนาด 1/2" ความกว้างขนาดต่าง ๆ คร่าวไม้ขนาด 1 1/2"x3" วางห่างกัน 0.40 ม. (คร่าวทางเดียว)

เนื้อที่ 1 ตร.ม. ใช้วัสดุดังนี้ (เผื่อวัสดุเสียหายแล้ว)



5.2.1 ไม้ฝ้าเพดาน = 0.55 ลบ.ฟ.



5.2.2 ไม้คร่าว = 0.25 ลบ.ฟ.



5.2.3 ตะปู = 0.30 กก.

6. ปริมาณวัสดุของงานปูพื้นและบุผนังด้วยวัสดุแผ่นสำเร็จรูปชนิดขนาดต่าง ๆ ที่มีปูนทรายยึด ปูนทราย ส่วนผสมระหว่างปูนซีเมนต์และทรายหยาบในอัตราส่วน 1: 3 โดยปริมาตร ปริมาณ 1 ลบ.ม. ใช้วัสดุดังนี้ (เผื่อวัสดุเสียหายแล้ว)



- ปูนซีเมนต์ = 400 กก.



- ทรายหยาบ = 0.912 ลบ.ม.

6.1 พื้นปูวัสดุแผ่นสำเร็จรูปขนาดต่าง ๆ (ปูนทรายใช้หนา 5 ซม.) เนื้อที่ 1 ตร.ม. ใช้วัสดุดังนี้


6.1.1 วัสดุแผ่นจำนวนแผ่น = ปริมาณที่ใช้จริงใน 1 ตร.ม. + เผื่อเสียหาย 5%


6.1.2 ปูนซีเมนต์ผสม = 20 กก.


6.1.3 ทรายหยาบ = 0.11 ลบ.ม.


6.1.4 น้ำ = 6 ลิตร

6.2 ผนังบุวัสดุแผ่นสำเร็จรูปชนิดต่าง ๆ (ปูนทรายใช้หนา 3 ซม.) เนื้อที่ 1 ตร.ม. ใช้วัสดุดังนี้


6.2.1 วัสดุแผ่นจำนวนแผ่น = ปริมาณที่ใช้จริงใน 1 ตร.ม. + เผื่อเสียหาย 5%


6.2.2 ปูนซีเมนต์ = 12 กก.


6.2.3 ทรายหยาบ = 0.07 ลบ.ม.


6.2.4 น้ำ = 4 ลิตร

7. ปริมาณวัสดุของงานปูนทราย ปูนทราย ส่วนผสมระหว่างปูนซีเมนต์และทรายหยาบ ในอัตราส่วน 1:3 โดยปริมาตร ปริมาณ 1 ลบ.ม. ใช้วัสดุดังนี้ (เผื่อวัสดุเสียหายแล้ว)



- ปูนซีเมนต์ผสม = 400 กก.



- ทรายหยาบ = 0.912 ลบ.ม.


7.1 ปูนทรายของงานฉาบผิวซีเมนต์ขัดมันและซีเมนต์ขัดหยาบ (หนา 2 มม.) เนื้อที่ 1 ตร.ม. ใช้วัสดุดังนี้



7.1.1 ปูนซีเมนต์ผสม = 11 กก.



7.1.2 ทรายหยาบ = 0.018 ลบ.ม.



7.1.3 ปูนขาว = 7.7 กก.



7.1.4 น้ำ = 3 ลิตร


7.2 ปูนทรายของงานปูนทรายรองพื้น ผนังทรายล้างหรือหินล้าง (หนา 3 ซม.) เนื้อที่ 1 ตร.ม. ใช้วัสดุ ดังนี้



7.2.1 ปูนซีเมนต์ผสม = 12 กก.



7.2.2 ทรายหยาบ = 0.07 ลบ.ม.



7.2.3 น้ำ = 4 ลิตร


7.3 ปูนทรายของงาน ปูนทรายรองพื้น พื้นทรายล้างหรือหินล้างหรือหินขัด หรือแต่งผิวดาดฟ้า (ต้องเอียงลาด) (หนา 5 ซม.) เนื้อที่ 1 ตร.ม. ใช้วัสดุดังนี้



7.3.1 ปูนซีเมนต์ผสม = 20 กก.



7.3.2 ทรายหยาบ = 0.11 ลบ.ม.



7.3.3 น้ำ = 6 ลิตร

ปริมาณวัสดุของงานพื้นไม้ชนิดเข้าลิ้น ความหนา 1" ทุกขนาด ความกว้างเนื้อที่ 1 ตร.ม.


ใช้ไม้ประมาณ = 1.15 ลบ.ฟ. (เผื่อวัสดุเสียหายแล้ว)
 

การแบ่งงวดงาน - งวดการจ่ายเงิน

1. การแบ่งงวดงานต้องกำหนดปริมาณงานที่จะต้องทำในแต่ละงวดอย่างชัดเจนแน่นอน และให้ ผู้รับจ้างเหมาทำได้

2. การแบ่งงวดการจ่ายเงินต้องกำหนดการจ่ายเงินแต่ละงวดเป็นร้อยละ x ของวงเงินค่าก่อสร้างยอดรวม (ราคาที่ผู้รับจ้างเสนอ)


หลักการ

การแบ่งงวดงาน - งวดการจ่ายเงิน ต้องจัดทำให้เป็นการรักษาผลประโยชน์ของ




ทางราชการ



- โดยหากผู้รับจ้างเหมาละทิ้งงานฯ แล้ว ทางราชการจะต้อง




ไม่เสียเปรียบ



แนวทางปฏิบัติ

วิธีที่ 1 จ่ายเงินงวดน้อยกว่าปริมาณงาน และ ให้นำวัสดุก่อสร้างที่จำเป็นจะต้องใช้ในงานงวดต่อไป เข้ากองไว้ ณ สถานที่ก่อสร้าง

วิธีที่ 2 จ่ายเงินงวดน้อยกว่าปริมาณงาน (จ่าย 75% ของปริมาณงานที่ก่อสร้าง)
การจ่ายเงินหักแต่ละงวดงาน (จำนวน 25% ของเนื้องาน)

จ่ายคืนในงวดสุดท้าย (เงินที่หักไว้แต่ละงวดมารวมกับงวดสุดท้าย)
เพิ่มเติม

ในการจ้างก่อสร้างทุกครั้ง ให้หน่วยงานที่จะมีการจ้างก่อสร้างประกาศราคากลางที่คณะกรรมการกำหนดราคากลางได้คำนวณไว้ ในประกาศสอบราคา ประกาศประกวดราคา หรือตามระเบียบที่กำหนดสำหรับการจัดจ้างด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ด้วย

สำหรับรายละเอียดของการคำนวณราคากลางตาม BOQ ( BOQ = Bill of Quantities ) ให้หน่วยงานที่จะมีการจ้างก่อสร้างต้องจัดเตรียมไว้ หากมีผู้สนใจขอตรวจดูหรือขอถ่ายสำเนาเอกสารดังกล่าว จะต้องดำเนินการตามคำขอนั้นทันที และให้ถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 ด้วย ( ตามเอกสาร ส่วนที่1 แนวทางและวิธีปฏิบัติและหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง ข้อ 15 ของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง)


การประมาณราคา อุปสรรค ปัญหาและข้อผิดพลาดในการประมาณราคา
วัตถุประสงค์ของการประมาณราคา อุปสรรค ปัญหาและข้อผิดพลาดในการประมาณราคา และวิธีประมาณราคาก่อสร้าง

วัตถุประสงค์ของการประมาณราคา

1. ให้ทราบถึงงบประมาณค่าก่อสร้างเพื่อกำหนดราคากลางสำหรับค่าก่อสร้างใน โครงการ ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานในการประเมินราคาของผู้รับจ้างในการประมูลงาน
2. เพื่อกำหนดค่างวดงานในการก่อสร้างซึ่งจะประมาณการตามแบบและแผนงานเพื่อกำหนด ค่างวดงานและสะดวกในการเบิกจ่ายค่างานในแต่ละงวด หรือในบางกรณีที่จะต้องคำนวณเพื่อหาปริมาณงานที่ทำได้จริงและทำการประเมิน ราคาเพื่อกำหนดค่างานที่จะจ่ายในงวดนั้นๆ
3. เพื่อคิดค่างานเพิ่มหรือลดจากสัญญาในงานก่อสร้าง ใช้สำหรับกรณีที่ผู้ว่าจ้างกำหนดให้ผู้รับจ้างทำงานเพิ่มเติมจากที่กำหนดใน แบบและข้อกำหนดประกอบสัญญาจ้าง ซึ่งจะต้องทำการประมาณการหาปริมาณงานจากแบบที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมโดยราคา ต่อหน่วยที่ใช้ในการคิดราคาเป็นราคาที่แสดงอยู่ในสัญญาจ้างเดิม
4. เพื่อสามารถประมาณราคาขั้นต้น โดยการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ โดยอาจจะมีแบบเพียงแบบร่างที่รับรองแล้ว ยังไม่จำเป็นต้องมีแบบรายละเอียด ทั้งนี้อาจโดยวิธีการคำนวณราคาต่อพื้นที่ใช้สอย (บาท/ตร.ม.) หรือราคาต่อหน่วยการใช้ (บาท/ห้องพัก) เป็นต้น ซึ่งนำมาเป็นข้อมูลในการนำมาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ
5. เพื่อจัดทำเอกสารเสนอราคาก่อสร้างในการประมูลของผู้รับเหมา ทั้งนี้การประมาณราคาต้องทำอย่างละเอียดและรอบคอบ ทั้งนี้หากผิดพลาดอาจทำให้ทางราชการเสียผลประโยชน์ได้
 
อุปสรรค ปัญหา และข้อผิดพลาดในการประมาณราคา
1. ปัญหาที่ตัวบุคคล
    - เจ้าหน้าที่บางคนมีคุณสมบัติพื้นฐานไม่เพียงพอ เช่น ขาดทักษะความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ ความเข้าใจและความสามารถในการอ่านแบบก่อสร้าง เทคนิคการก่อสร้าง แหล่งที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมด้านวัสดุและอุปกรณ์ที่ต้องใช้
2. ปัญหาที่ข้อมูลราคา
    - ไม่ได้รับความร่วมมือจากร้านค้าที่สอบถามราคา
    - ใบเสนอราคาไม่ตรงกับราคาซื้อขายจริง
3. กฎระเบียบทางราชการ
    - ไม่สามารถกำหนดราคาได้ตามราคาขายตามท้องตลาด เนื่องจากใช้ราคาควบคุมจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งบางครั้งราคาขายจริงในท้องตลาดและสำนักงบประมาณขยับตัวสูงขึ้นแล้ว
    - วัสดุ มอก เดียวกัน มีราคาแตกต่างกัน
4. ข้อจำกัดในเรื่องของเวลากับปริมาณงานที่เข้ามา และจำนวนเจ้าหน้าที่คิดราคาไม่สมดุลกัน การประมาณราคาที่เร่งรีบบางครั้งแบบไม่สมบูรณ์ มีการแก้ไขและเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดข้อผิดพลาด
5. มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบและไม่ได้รับการประสาน ทำให้การประมาณราคากับแบบไม่ตรงกัน
6. แบบที่ไม่ชัดเจนทำให้เกิดความล่าช้าในการคิดราคา
7. งานประสานข้างที่ทำไว้แล้วไม่ตรงกับงานที่ออกเรื่องจริง ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน ล่าช้า ต้องคิดราคาใหม่
8. วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นกับการปฏิบัติงาน เช่น กระดาษ หมึกพิมพ์ มีไม่เพียงพอ ทำให้งานเกิดความล่าช้า ไม่คล่องตัว
9. เจ้าหน้าที่พิมพ์ พิมพ์ตกหล่น พิมพ์ผิด หรือใส่สูตรคำนวณผิดพลาด เช่น รวมโดยการ SUM ไม่ครบทุกบรรทัด หรือเกี่ยวกับการใช้ทศนิยม การใส่เลขศูนย์เกิน ทั้งนี้ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น รวมถึงเจ้าของงานต้องตรวจสอบงานให้ละเอียดขึ้นก่อนออกงานทุกครั้ง
 
วิธีประมาณราคางานก่อสร้าง
การประมาณราคาค่าก่อสร้างตามขั้นตอนต่าง ๆ ในกระบวนการก่อสร้างอาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ใหญ่ๆ ดังนี้
1. การประมาณราคาขั้นต้น
    - การประมาณราคาต่อหน่วยการใช้ การประมาณราคาโดยวิธีนี้ทำได้โดยการที่ทราบแบบอาคารที่จะใช้ในโครงการทั้ง หมด เป็นการคำนวณได้ผลค่อนข้างหยาบโดยมีความคลาดเคลื่อนของผลลัพธ์ 20-30% แต่ใช้เวลาน้อย ทั้งนี้ผู้ประมาณการจะใช้วิธีนับหน่วยการใช้ของอาคาร เช่น งานแฟลตอาจนับจำนวนห้องพัก งานโรงพยาบาลอาจนับจำนวนเตียงคนไข้ผู้ป่วยใน เป็นต้น แล้วคำนวณงบประมาณ 487,994 บาทต่อห้องพัก หรือ 4,879,947 บาทต่อหลัง (ตัวเลขประมาณปี พ.ศ. 2550)
ทั้งนี้ผู้ประมาณการต้องมีข้อมูลในอดีตมากเพียงพอสำหรับใช้เป็นพื้นฐานในการประยุกต์ใช้ ทั้งนี้การนำข้อมูลมาใช้ต้องคำนึงถึง
    - อัตราเงินเฟ้อในแต่ละปีที่ผ่านมา
   - จำนวนหรือขนาดของโครงการที่ต่างกัน เช่น งานสร้างบ้านพักนายพันจำนวน 1 หลังกับสร้างบ้านพักแบบเดียวกันจำนวน 3 หลัง
   - ค่า FACTOR F (อำนวยการ, กำไร, ภาษี ฯลฯ) ที่เปลี่ยนไป
 
ตัวอย่าง กาคำนวณราคาต่อหน่วย
ต้องการทราบงบประมาณในการก่อสร้างอาคารตึกแถวชั้นประทวน 10 ครอบครัว จำนวน 2 หลัง ห้องน้ำ-ห้องส้วม จำนวน 2 หลัง
วิธีประมาณราคา
1. ใช้ราคาข้อมูลอาคารที่มีในอดีตนำมาปรับปรุงโดยยึดเป็นเปอร์เซ็นต์หรือถ้ามีราคาปัจจุบันก็นำมาคิดคำนวณได้เลย ดังนี้
    1.1 ราคาอาคารตึกแถวชั้นประทวน จุ 10 ครอบครัว หลังละ 4,384,410 บาท
           ราคาไฟฟ้าภายในอาคารตึกแถวชั้นประทวน จุ 10 ครอบครัว หลังละ 272,488 บาท
           ราคาประปาภายในอาคารตึกแถวชั้นประทวน จุ 10 ครอบครัว หลังละ 223,040 บาท
           รวมราคาตึกแถวชั้นประทวน จุ 10 ครอบครัวต่อ 1 หลังเป็นเงิน 4,879,947 บาท
           รวมราคาตึกแถวชั้นประทวน จุ 10 ครอบครัวต่อ 2 หลังเป็นเงิน 4,879,947 x 2 = 9,759,894 บาท
 
     1.2 ราคาห้องน้ำ-ส้วมหลังละ 1,069,159 บาท
           ราคาไฟฟ้าภายในหลังละ 31,759 บาท
           ราคาประปาภายในหลังละ 80,151 บาท
           รวมราคาห้องน้ำ-ส้วม 1 หลังเป็นเงิน 1,181,069 บาท
           รวมราคาห้องน้ำ-ส้วม 2 หลังเป็นเงิน 1,181,069 x 2 = 2,362,138 บาท
           รวมราคาทั้งสิ้น (1.1 + 1.2) เป็น  2,122,032 บาท

2. คิดค่าระบบสาธารณูปโภค (ถนน,ดินถม,ไฟฟ้า - ประปาภายนอก ฯลฯ) อีกประมาณ 40 % ของราคาที่ประมาณได้ตามรายการข้อ 1 เป็นเงิน 4,848,800 บาท     รวมราคาตามรายการข้อ 1.2 เป็นเงิน 12,122,032 + 4,848,800 บาท = 16,970,832 บาท
     FACTOR (F) (1.2229) = 16,970,832 x 1.2229
     รวมเป็นเงินทั้งสิ้น = 20,753,630 บาท

1.2 การประมวลราคาโดยราคาต่อหน่วยพื้นที่หรือหน่วยปริมาตร
การ ประมาณการขั้นต้นวิธีนี้มีความถูกต้องใกล้เคียงความจริงมากกว่าการประมาณ ราคาต่อหน่วยการใช้ โดยปกติแล้วความคลาดเคลื่อนอยู่ในช่วง 15-20% ทั้งนี้ต้องมีแบบร่างที่ดำเนินการได้ แบบที่ร่างแล้วแต่ยังไม่จำเป็นต้องมีรายละเอียด คืออย่างน้อยควรมีแบบแปลนสถาปัตยกรรมรูปด้าน รูปตัด และข้อกำหนดงานก่อสร้างขั้นต้นแล้ว ซึ่งสามารถนำมาใช้คำนวณพื้นที่ใช้สอยได้ พร้อมจัดทำราคาต่อหน่วยพื้นที่สามารถทำตามแนวทางต่อไปนี้
       1.2.1 คำนวณพื้นที่ใช้สอยในแต่ละขั้น และหาพื้นที่รวมทั้งหมด
       1.2.2 เลือกข้อมูลต้นทุนก่อสร้างอาคารที่มีอยู่เดิม โดยเลือกอาคารที่มีแบบเหมือนกันหรือใกล้เคียงกับโครงการที่ประมาณการอยู่
       1.2.3 เมื่อได้ราคาต่อหน่วยแล้ว ให้ทำการปรับปรุงต้นทุนตามสภาพแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงตามเวลา (ในกรณีข้อมูลไม่ทันสมัย ให้เพิ่มเปอร์เซ็นต์ที่เป็นไปได้โดยอาศัยดัชนีราคาค่าก่อสร้างมาปรับปรุง ข้อมูล)
        1.2.4 คำนวณราคากลางโดยใช้ต้นทุนต่อตารางเมตรคูณกับพื้นที่ใช้สอยทั้งหมดจากที่คำนวณมาข้างต้น
        1.2.5 ปรับปรุงราคาเพิ่มลดส่วนประกอบของอาคารของโครงการใหม่กับโครงการเดิมที่นำข้อมูลมาใช้
 
ตัวอย่าง รายการคำนวณโดยราคาต่อหน่วยพื้นที่
             ให้ประมาณราคาอาคารสำนักงาน 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวม 4,500 ตร.ม. โดยอาคารสำนักงานนี้มีชั้นใต้ดินสำหรับอาคารจอดรถยนต์ จำนวน 1 ชั้น นอกจากนี้ให้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินแบบเครื่องยนต์ดีเซล กำลัง 800 KVA จำนวน 1 ชุด พร้อมระบป้องกันอัคคีภัยจำนวน 15 ชุด โดยโครงการนี้ต้องก่อสร้างงานภายนอกอาคารด้วย สมมุติมีข้อมูลก่อสร้างอาคารสำนักงานในลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกับที่มี อยู่รวมกับค่าก่อสร้างงานระบบทุกระบบรวมถึงงานตกแต่งด้านสถาปัตยกรรม โดยปรับปรุงให้ทันสมัยแล้วเท่ากับ 12,500 บาท/ตร.ม.

วิธีประมาณราคา
1. คำนวณค่าก่อสร้างพื้นฐานจากข้อมูลต้นทุนเดิม
    ค่าก่อสร้าง                            =  พื้นที่ใช้สอย x ราคาต่อหน่วยพื้นที่
                                                 =  4,500 (ตร.ม.) x 12,500 (บาท/ตร.ม.)
    รวมค่าก่อสร้าง                     =  56,250,000  บาท

2. ปรับปรุงราคาเพิ่มเติมจากปกติ
    - เพิ่มเติมชั้นจอดรถใต้ดิน 1 ชั้น                             = 1,500 ตร.ม.
      ค่าก่อสร้างส่วนจอดรถใต้ดินโดยประมาณ           = 4,500  บาท/ตร.ม.
      ค่าก่อสร้างส่วนจอดรถใต้ดิน 1,500 x 4,500         =  6,750,000  บาท
    - เพิ่มเครื่องปั่นไฟแบบดีเซลขนาด 800 KVA จำนวน 1 ชุด
      ราคาพร้อมติดตั้ง                                                   =  1,200,000  บาท
     - อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน จำนวน 15 ชุด
       เฉลี่ยต้นทุนต่อจุด                                                =  4,500  บาท
       อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน                                  = 15 x 4,500 = 67,000  บาท
       รวมราคาค่าก่อสร้างเพิ่มเติม                                =  8,017,500  บาท

3. เพิ่มงานภายนอกอาคาร
    - งานปรับเตรียมพื้นที่ 8,000 ตารางเมตร (ตารางเมตรละ 15 บาท)    = 120,000 บาท
    - งานถมดิน 8,000 ตารางเมตร พร้อมบดอัด 30% สมมติถมดินสูงเฉลี่ย 1 ม. = 8,000 x 1 x 1.3
      คิดเป็นปริมาตรดิน                                        = 10,400  ลบ.ม.
      งานถมดิน (111 บาท/ลบ.ม.)                         = 10,400 x 111 = 1,154,400 บาท
    - ถนน ค.ส.ล. 1,200 ตารางเมตร (ตารางเมตรละ 888 บาท)       = 1,065,600 บาท
    - ลานจอดรถยนต์ 1,000 ตารางเมตร (ตารางเมตรละ 888 บาท)  = 880,000 บาท
      รวมค่างานก่อสร้างภายนอกอาคาร                                            = 3,228,000 บาท
      รวมค่างานก่อสร้างทั้งสิ้น (ข้อ 1+2+3)           = 56,250,000 + 8,017,500 + 3,228,000
                                                                              = 67,495,500 บาท
       ค่า FACTOR V (1.1978)                               = 67,495,500 x 1.1978
       รวมเป็นเงินทั้งสิ้น                                          = 80,846,106 บาท

2. การประมาณราคาอย่างละเอียด
    ในขั้นตอนการประมาณราคาอย่างละเอียดต้องดำเนินการ ดังนี้
    - ตรวจสอบแบบที่ออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรมโดยสถาปนิกและทางด้านโครงสร้างรวมถึง ระบบงานต่าง ๆ โดยให้วิศวกรคิดคำนวณหาปริมาณงานต่อหน่วย โดยการถอดแบบคิดคำนวณหาปริมาณงานต่อหน่วยนั้นจะแบ่งตามหัวข้อการคิดราคาตาม ลำดับ ดังนี้งานฐานราก
งานโครงสร้าง ค.ส.ล.
งานหลังคา
งานฝ้าเพดาน
งานผนังและฝา
งานตกแต่งผิวพื้นและผนัง
และรู้แหล่งที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมด้านวัสดุและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ และมีการเก็บสถิติข้อมูลด้านต้นทุนงานก่อสร้างไว้อย่างสม่ำเสมอ และปรับตัวเลขให้ทันสมัย ซึ่งสามารถเข้ามาศึกษาได้ในหลักสูตรควบคุมงานก่อสร้าง
     - กำหนดราคากลางของค่าวัสดุและค่าแรงต่อหน่วย โดยยึดถือราคาจากสำนักงานงบประมาณเป็นหลัก
     - เมื่อได้ปริมาณงานและราคาทั้งหมดต่อหลังแล้ว ควรมีการตรวจสอบความถูกต้องก่อนจัดทำเอกสารเสนอราคา โดยการตรวจสอบอาจทำโดยการเปรียบเทียบกับข้อมูลราคาที่มีอยู่เดิม เช่น ราคาต่อตารางเมตร การตรวจสอบปริมาณเหล็ก ตรวจสอบปริมาณคอนกรีต นอกจากนี้ความผิดพลาดทางการคำนวณ เช่น การใส่จุดทศนิยม หรือจำนวนเลขศูนย์ บางครั้งอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างไม่น่าเชื่อ
     - จัดทำเอกสารเสนอราคาทั้งโครงการประกอบด้วย

     1. การจัดทำบัญชีรายละเอียดประมาณราคา (ยย.5-6)
บัญชีรายละเอียดสถาปนิกจะเป็นผู้กำหนดและทางประมาณการจะเป็นผู้คิดราคาโดยรายละเอียดประกอบด้วย
         - ราคาค่าก่อสร้างของอาคารต่าง ๆ ในโครงการ
         - ราคาไฟฟ้า-ประปาภายในอาคาร
         - ปริมาตรดินถมรวมถึงราคาค่าถมดิน
         - ถนน ทางเท้าเข้าสู่อาคารของโครงการ (ระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ)
         - ไฟฟ้า-ประปาภายนอกอาคาร
         - FACTOR F
         ทำให้ทราบถึงค่าก่อสร้างในโครงการนั้น ๆ อย่างครบถ้วน และนำไปจัดทำแผนจัดหาต่อไป

      2. การจัดทำรายละเอียดคำนวณราคาก่อสร้าง (บรคดาวน์)
          - รายละเอียด ปริมาณวัสดุ ราคาค่าวัสดุ และค่าแรงของอาคาร ถนน ไฟฟ้าภายใน ประปาภายในแต่ละหลังของทั้งโครงการ
          - รายละเอียดการคิดราคาของงานไฟฟ้า-ประปาภายนอกอาคาร
          - FACTOR F ใช้เป็นเอกสารประกอบในการเสนอราคาของผู้รับจ้าง
 
สรุป
             เพื่อให้การคำนวณงบประมาณที่ควรได้รับในการจัดทำโครงการใกล้เคียงกับความ เป็นจริงมากที่สุด ควรสอบถามราคาหรือเก็บสถิติข้อมูลของราคากลางที่เคยทำมา ทั้งนี้ควรคำนึงถึงอัตราเงินที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในแต่ละปี รวมถึงการคิดราคา FACTOR F และระบบสาธารณูปโภครวมไว้ด้วย
 
เครดิต http://baanthaidd.blogspot.com/2011/11/blog-post_02.html
เขียนโดย กองซ่อมสิ่งปลูกสร้างและสาธารณูปโภค

เกี่ยวกับ BOQ บ้าน หนึ่งในปัญหาใหญ่สำหรับการก่อสร้างบ้าน คือ การสร้างไปแล้วงบประมาณก่อสร้างบานปลาย หรือก่อสร้างไปแล้วผู้รับเหมาไม่ได้ทำตามที่คุยกันไว้ เพราะการคุยด้วยปากเปล่าไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานได้ แต่การคุยด้วยสัญญาหรือเอกสารต่าง ๆ ที่มีลายลักษณ์เป็นตัวอักษร ลงนามไว้อย่างชัดเจน สามารถนำมาเป็นหลักฐานได้อย่างดี ในเนื้อหาบทความนี้ “บ้านไอเดีย” พาไปรู้จักกับ BOQ อย่างเจาะลึกทุกรายละเอียด เพื่อให้ผู้อ่านที่กำลังวางแผนสร้างบ้าน ได้เห็นความสำคัญของการจัดทำ BOQ ก่อนงานก่อสร้าง โดยเนื้อหาเหล่านี้เกิดจากคำถามต่าง ๆ ที่แฟนเพจได้สอบถามมา การอธิบายจึงเป็นเสมือนการถามตอบ เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจทุกข้อสงสัยครับ ผู้เขียน : ดิษพงศ์ ทรัพย์ประเสริฐ สนับสนุนโดย : https://www.facebook.com/DayDissapong

Powered by MakeWebEasy.com